Homepage Menu

จรรยาบรรณ (Code of Conduct)

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัดและบริษัทย่อย ฉบับที่ 1 ปี พ.ศ. 2559

1. ขอบเขต
จรรยาบรรณของบริษัท ใช้สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย

2. นโยบาย
บริษัทฯ มีนโยบายที่จะทำธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามข้อกำหนดต่าง ๆ และเคารพในสิทธิของพนักงาน คู่ค้า และทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องของบริษัท

3. จรรยาบรรณของบริษัทประกอบด้วย
3.1 การปฏิบัติตนตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัทฯ
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องรับทราบ ทำความเข้าใจและต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัทฯ และของผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป กล่าวคือ
3.1.1 ต้องสนับสนุนและปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ข้อตกลง ประกาศ หรือหนังสือเวียนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ซึ่งประกาศให้ทุกคนทราบโดยเคร่งครัด
3.1.2 ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนต้องรายงานเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง และทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยเร็ว
3.1.3 ต้องสุภาพ ให้เกียรติ และให้ความนับถือต่อผู้ร่วมงาน
3.1.4 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ วิริยะอุตสาหะ รักษาระเบียบแบบแผนและธรรมาภิบาลของ บริษัทฯ เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และทำให้บริษัทฯ บริษัทย่อย มีความก้าวหน้า และเป็นไปอย่างถูกต้อง
3.1.5 ต้องรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์และความลับของบริษัทฯ บริษัทย่อย และลูกค้า หรือที่เกี่ยวกับกิจการใด ๆ ที่ไม่พึงเปิดเผยโดยเคร่งครัด การเผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ อันเกี่ยวกับธุรกิจการเงินและตัวบุคคลของบริษัทฯ และบริษัทย่อย จะต้องกระทำตามแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และต้องกระทำด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ทุกคนตกลงจะรักษาข้อมูลข้างต้นไว้เป็นความลับ หากมีการเปิดเผยหรือส่งให้แก่ผู้อื่นหรือใช้ข้อมูลดังกล่าวในเรื่องอื่นใดนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัทฯ และบริษัทย่อย ผู้ฝ่าฝืนตกลงยินยอมรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายในทางแพ่ง ให้แก่บริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ตามที่เกิดขึ้นจริงทุกประการ
3.1.6 ต้องช่วยกันดูแลรักษา ระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยมิให้เสียหายหรือสูญหาย ไม่ว่าจากบุคคลหรือจากภัยพิบัติใด ๆ เท่าที่สามารถจะทำได้อย่างเต็มที่
3.1.7 ต้องบริหารงานโดยยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในทุกระดับของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ตลอดจนสอดส่องดูแลและจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยเป็นสำคัญ
3.1.8 ต้องปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด มีความยุติธรรม ปราศจากอคติ หรือความลำเอียง
3.1.9 ต้องพร้อมที่จะทำงานเป็นทีม และสามารถรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
3.1.10 ต้องปฏิบัติตาม ตลอดจนต้องสนับสนุน และช่วยควบคุมกำกับพนักงานในบังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ วินัย และข้อกำหนดของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายลิขสิทธิ์ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย หรือ ถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และ/หรือ อาญา

3.2 ข้อไม่พึงปฏิบัติ
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย พึงงดเว้นไม่ปฏิบัติหรือประพฤติตนไปในทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมเสียของบริษัทฯ บริษัทย่อย และของตนเอง กล่าวคือ
3.2.1 ต้องไม่ใช้เวลาทำงานของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไปทำอย่างอื่น หรือใช้ประโยชน์ส่วนตัว
3.2.2 ต้องไม่ประกอบกิจการอันมีสภาพเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น หรือเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจครอบงำการจัดการ ซึ่งอาจเป็นผลเสียหายต่อบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม
3.2.3 ต้องไม่ประพฤติตนไปในทางที่อาจทำให้เสื่อมเสียต่อตำแหน่งหน้าที่และเกียรติคุณของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
3.2.4 ต้องไม่จงใจหรือมีเจตนาแจ้งหรือใช้ข้อความที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งต่อบริษัทฯ
3.2.5 ต้องไม่ทำงานด้วยความประมาทเลินเล่อ หรือกระทำการใด ๆ อันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง
3.2.6 ต้องไม่ปกปิด หรือบิดเบือนความจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจจะเป็นผลเสียหายต่อบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
3.2.7 ต้องไม่ขัดขวาง หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานโดยชอบของผู้มีอำนาจหน้าที่ในบริษัทฯ หรือออกคำสั่งใด ๆ ให้พนักงานปฏิบัติในทางมิชอบหรือผิดจริยธรรม
3.2.8 ต้องไม่ทำผิดกฎหมายแพ่งและ/หรือ กฎหมายอาญา อันส่งผลเสียหายให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น รวมทั้ง บริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
3.2.9 ต้องไม่เปิดเผยค่าจ้างหรือเงินเดือน อัตราการขึ้นเงินเดือนของตนเองหรือของผู้อื่น ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
3.2.10 ต้องไม่เรียกรับ หรือยินยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจาก คู่ค้า คู่แข่ง หรือบุคคลอื่นใด ที่ทำธุรกิจร่วมกับบริษัท หรือการเลี้ยงรับรอง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเกินกว่าความเหมาะสม ยกเว้นของขวัญตามประเพณีนิยม หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจตามปกติ หรือค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมธุรกิจอันนำมาซึ่งชื่อเสียงทางการค้า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนตามธรรมเนียมนิยม แต่หากสิ่งของหรือผลประโยชน์เหล่านั้นมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาระดับตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายทราบทันที
3.2.11 ต้องไม่ให้สินบน และ/หรือการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ/หรือการคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านบุคคลที่สาม และ/หรือใช้อิทธิพล และ/หรือ อำนาจตามหน้าที่รับผิดชอบอย่างไม่ถูกต้องต่อตัวแทนของรัฐ คู่ค้า ซึ่งนับว่าเป็นการขัดแย้งต่อนโยบายของบริษัทฯ
3.2.12 ต้องไม่กระทำการเพิ่มเติม ตัดทอนหรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบันทึกหรือข้อมูลใด ๆ เพื่อให้มีผลเปลี่ยนแปลง หรือบิดเบือนฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และการบันทึกบัญชีให้ผิดไปจากความเป็นจริงโดยเจตนา ไม่ว่าเพื่อจุดประสงค์ใด ๆ ก็ตาม
3.2.13 ต้องไม่เป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือมีเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายให้สันนิษฐานได้ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว และ/หรือ ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมาย
3.2.14 ต้องไม่กระทำการใดๆอันเป็นการไม่รักษาข้อมูลทางทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน รวมทั้ง ไม่นำทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ไปทำซ้ำดัดแปลง หรือกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ
3.2.15 ต้องไม่ลอกเลียนแบบผลงานและทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ และ/หรือ ของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น
3.2.16 ต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
3.2.17 ต้องไม่เรียกร้อง หรือ ขอการสนับสนุนจากคู่ค้า (หากมีความจำเป็นที่จะต้องขอการสนับสนุนดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ให้หน่วยงานต่าง ๆ หารือกับหน่วยงานจัดซื้อเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ)
3.2.18 ต้องไม่กระทำการอันเป็นการละเลย หรือเอื้ออำนวยความสะดวก แก่บุคคลใด ๆ ที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์ หรือเข้าถึง หรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย โดยมิชอบ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ หรือจงใจ สนับสนุน ยินยอมให้เกิดขึ้นหรือมีอยู่ซึ่งการกระทำผิดของผู้ให้บริการ ตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.2.19 ต้องไม่ซื้อ ขาย โอน รับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยอาศัยประโยชน์จากข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผย เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรื่อผู้อื่น
3.2.20 ต้องไม่นำสิ่งของใด ๆ ไม่ว่าอุปกรณ์หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น

4. การลงโทษทางจรรยาบรรณ
บุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศจรรยาบรรณฉบับนี้จะถูกพิจารณาลงโทษตามความหนักเบา เป็นไปตามความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยจะถูกลงโทษตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท

ทั้งนี้ให้ผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการวินัยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาลงโทษตามประกาศฉบับนี้ สำหรับการลงโทษในกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือลงโทษตั้งแต่พักงานขึ้นไปให้พิจารณาลงโทษโดยคณะกรรมการวินัยเท่านั้น

จรรยาบรรณฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 โดยการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท ในการประชุมครั้งที่ 5/2559

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด และบริษัทย่อย

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

1. การประชุมผู้ถือหุ้น

1. บริษัทฯ จะสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ถือหุ้นประเภทสถาบันให้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
2. บริษัทฯ จะส่งเอกสาร ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ตลอดจน คำชี้แจง และเหตุผลประกอบในแต่ละวาระ ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจในที่ประชุม ไว้ในหนังสือเชิญประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือในเอกสารแนบวาระการประชุม ให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนได้ทราบเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 21 วัน รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็ปไซต์ http://www.zengroup.co.thของบริษัทฯ
3. บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามเกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้น ถึงคณะกรรมการบริษัทฯ ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 21 วันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือทางโทรสาร หรือทางอีเมล์ของเลขานุการบริษัท โดยบริษัทจะแจ้งหลักเกณฑ์การส่งคำถามล่วงหน้าผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี และในเว็ปไซต์ http://www.zengroup.co.th ของบริษัทฯ
4. บริษัทฯ อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่ โดยจัดประชุมในวันทำการ สถานที่ประชุมอยู่ในเขตกรุงเทพหรือปริมณฑล มีการคมนาคมสะดวกต่อการเดินทางของผู้ถือหุ้น จัดให้มีบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างเพียงพอสำหรับการตรวจสอบเอกสาร และจัดให้มีอากรแสตมป์สำหรับผู้ถือหุ้นที่รับมอบฉันทะ
5. บริษัทฯ จะเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น ที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ โดยจะใช้หนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้

2. การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น
1. บริษัทฯ จัดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงและ/หรือมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้น การลงทะเบียนผู้ถือหุ้น การลงคะแนนเสียงในวาระสำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยง การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ การนับคะแนน และแสดงผล เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ
2. บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ทุกคน เข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น และร่วมตอบข้อซักถามต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
3. บริษัทฯ จัดให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนแยกตามรายการย่อยในแต่ละวาระที่เสนอ เช่น วาระการลงมติเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
4. บริษัทฯ จัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบ พร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
5. ประธานในที่ประชุมต้องจัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสมและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนั้นๆ

3. การจัดทำรายงานการประชุม และการเปิดเผยมติการประชุมผู้ถือหุ้น
1. บริษัทฯ จะจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้แล้วเสร็จภายใน 14 วันนับจากวันประชุม โดยมีการบันทึกการชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนน วิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นตั้งประเด็นหรือซักถาม ตอบสาระสำคัญ คำถาม คำชี้แจง ข้อคิดเห็น และวิธีการนับคะแนน รวมถึงจำนวนคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ทุกวาระอย่างครบถ้วน รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ลาประชุมด้วย โดยจะส่งรายงานการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯตามระเบียบ และเผยแพร่ไว้บนเว็ปไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้
2. บริษัทฯ จะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบถึงผลการลงคะแนนของแต่ละวาระในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันทำการถัดไปบนเว็ปไซต์ของบริษัทฯ


หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

1. การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น
1. บริษัทฯ แจ้งกำหนดการประชุมพร้อมระเบียบวาระ และความเห็นของคณะกรรมการ ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และเผยแพร่ผ่านทางเว็ปไซต์ของบริษัทฯ อย่างน้อย 21 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น
2. บริษัทฯ แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออกเสียงลงมติ รวมทั้งสิทธิการออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้นในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น

2. การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
1. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้น ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้เผยแพร่รายละเอียดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ http:// www.zengroup.co.th โดยให้เสนอมายังบริษัทฯภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
2. ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้เผยแพร่รายละเอียดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ http:// www.zengroup.co.th โดยให้เสนอมายังบริษัทฯภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
3. ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารจะไม่เพิ่มวาระการประชุม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 21 วัน

3. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นการเฉพาะ โดยห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งตนได้ล่วงรู้มาในตำแหน่งหรือฐานะเช่นนั้น มาใช้เพื่อการซื้อ ขาย เสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ ขาย เสนอซื้อ หรือเสนอขาย ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของบริษัทฯ ไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือนำข้อเท็จจริงเช่นนั้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าว โดยตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งห้ามมิให้กรรมการ และผู้บริหาร ของบริษัทฯ ซื้อ ขาย เสนอซื้อ หรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ ขาย เสนอซื้อ หรือเสนอขาย ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของ บริษัทฯ ในช่วงเวลาก่อนที่จะเผยแพร่งบการเงินหรือเผยแพร่เกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จนกว่าบริษัทฯ จะได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนแล้ว โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้กรรมการ และผู้บริหาร ของบริษัทฯ งดการทำรายการข้างต้น อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วันล่วงหน้าก่อนการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และควรรอคอยอย่างน้อย 24 ชั่วโมงภายหลังการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณะแล้ว จึงจะสามารถทำรายการข้างต้นได้
นโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นนโยบายหนึ่งซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ต้องสนับสนุนและปฏิบัติ ตามจรรยาบรรณซึ่งทุกคนต้องลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบจรรยาบรรณดังกล่าว และให้คำมั่นว่าจะใช้เป็นหลักและแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้กำหนดบทลงโทษทางวินัยสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนไว้ด้วย

4. การมีส่วนได้เสียของกรรมการ
จรรยาบรรณของบริษัทฯ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ดำเนินการกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นสำคัญ บริษัทฯ ได้จัดวางระบบการปฏิบัติงานเพื่อดูแลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ให้กรรมการและผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียของตนเองและผู้เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาวาระใดที่กรรมการหรือผู้บริหารมีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องแจ้งส่วนได้เสียก่อนการพิจารณาวาระนั้น และบันทึกไว้ในรายงานการประชุม กรรมการหรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียในวาระใดต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในวาระดังกล่าวและต้องออกจากห้องประชุมในวาระนั้นๆ


หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ และบริษัทย่อย ให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มโดยคำนึงถึงสิทธิตามกฏหมายหรือข้อตกลง ไม่ละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย อันได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุน หุ้นส่วนธุรกิจ เจ้าหนี้ สังคม ชุมชนที่บริษัทฯ ตั้งอยู่ ภาครัฐ ผู้สอบบัญชี และคู่แข่ง เพื่อความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ บริษัทฯ
และบริษัทย่อย จึงคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องให้ผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้นได้รับทราบอย่างเพียงพอ รวมถึงมีกระบวนการและช่องทางในการรับและจัดการข้อร้องเรียนของ ผู้มีส่วนได้เสียโดยเปิดเผยกระบวนการและช่องทางในเว็ปไซต์ของบริษัทฯ และรายงานประจำปี ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้

1. ลูกค้า
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุดด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดในราคาที่ยุติธรรม ตลอดจนให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย แก่ลูกค้า และพยายามรักษาช่องทางการติดต่อกับลูกค้าโดยเปิดรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

2. พนักงาน
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน โดยให้โอกาสกับพนักงานอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ และถือพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร และมีความสำคัญต่อการเติบโต และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ดูแลจัดหาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีคุณภาพให้แก่พนักงาน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัย และปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรม ให้ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

3. ผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มุ่งมั่นในการดำเนินงาน และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และใช้ความรู้ ความชำนาญ
และประสบการณ์ ในการบริหารงาน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น ด้วยผลการตอบแทนที่ดี และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรายงานสถานการณ์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย อย่างต่อเนื่องครบถ้วน โปร่งใส เชื่อถือได้ และให้โอกาสผู้ถือหุ้นทุกรายได้ใช้สิทธิอย่างเท่าเทียมกัน

4. หุ้นส่วนธุรกิจและ เจ้าหนี้
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ถือว่าการทำให้หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ เข้าใจถึงกิจการของบริษัทฯ อย่างถ่องแท้เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ยั่งยืน และอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจซึ่งกันและกัน บริษัทฯ และบริษัทย่อย จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้ข้อมูลทางการเงินที่ครบถ้วนและถูกต้อง แก่หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ รวมทั้งมีนโยบายไม่เรียกไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตกับหุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทฯ

5. สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ รวมทั้งจัดให้มีการควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และกฎระเบียบของหน่วยงานที่ดูแล นอกจากนี้ บริษัทฯ พยายามปลูกจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานทุกระดับรวมทั้งมีการประเมินและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

6. คู่แข่ง
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ปฏิบัติต่อคู่แข่งตามกรอบของการแข่งขันอย่างยุติธรรมและมีจริยธรรม และประกอบธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของตลาด ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม โดยไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม

7. คู่ค้า
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้า และข้อตกลงตามสัญญา มุ่งที่จะปฏิบัติต่อคู่ค้าโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้า โดยมีการจัดให้ข้อมูลรายละเอียดแก่คู่ค้าทุกราย ไม่กีดกันคู่ค้ารายหนึ่งรายใดเข้าร่วมแข่งขันทางธุรกิจ และจัดให้มีระบบการจัดการและติดตามเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน มีกระบวนการจ่ายเงินให้คู่ค้าตรงเวลา ตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน
จัดให้มีการประเมินคู่ค้าเป็นประจำทุกปี และแจ้งผลการประเมินพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อให้คู่ค้าได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้าและงานบริการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คู่ค้าสามารถแจ้งข้อร้องเรียนได้


หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และบริษัทย่อย ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดหลักการสำคัญในการเปิดเผยข้อมูล ดังนี้
1. ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยจะต้องมีความถูกต้อง เพียงพอ ชัดเจน และทันเวลา
2. ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล อย่างถูกต้องและครบถ้วน
3. ข้อมูลที่จะมีผลต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะดำเนินการเปิดเผยต่อสาธารณะโดยไม่ชักช้า ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
4. การเปิดเผยข้อมูล จะทำผ่านหลายช่องทาง เช่น การรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น


หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ

1. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทฯ
1. บริษัทฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการตามจำนวนที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด โดยต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า5 คน แต่ไม่เกิน 12 คน และต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ไม่น้อยกว่า 3 คน จำนวนที่เหลือเป็นกรรมการบริหาร และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการให้ประกอบด้วยคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ เพศ และ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ โดยจะทำการเผยแพร่นโยบายในการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีความหลากหลาย รวมถึงจำนวนปีการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทฯ ของกรรมการแต่ละท่านในรายงานประจำปีและบนเว็ปไซต์ของบริษัทฯ
2. กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฏหมาย และประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.
3. เพื่อเสริมสร้างคณะกรรมการบริษัทให้มีความเข้มแข็งและกรรมการสามารถทุ่มเทเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทฯ ได้อย่างเพียงพอ บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท
4. เพื่อให้การบริหารงานในธุรกิจของบริษัทฯบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯมีแนวปฏิบัติในกรณีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทที่บริษัทฯไปลงทุนได้ไม่เกิน 5 บริษัท และบริษัทที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการนั้นต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และไม่ได้เป็นคู่แข่งของบริษัทฯ ทั้งนี้การไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นจะมีการเสนอเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯพิจารณาอนุมัติ รวมถึงต้องไม่ไปทำงานในบริษัทอื่นใดที่ไม่ใช่บริษัทที่บริษัทฯไปลงทุน
5. บริษัทฯ กำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ยกเว้นในเรื่องการถือหุ้น และระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ซึ่งบริษัทฯ กำหนดเพิ่มเติมให้เข้มงวดกว่าดังนี้
(5.1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้นับหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
(5.2) กรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี นับจากวันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระครั้งแรก
6. บริษัทฯ กำหนดให้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นคนละบุคคลกัน เพื่อให้สามารถเกิดการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างอิสระ โดยแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบออกจากกัน ดังนี้
(6.1) ประธานกรรมการ มีหน้าที่กำกับดูแลการประชุมคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยดูแลให้มีวาระการประชุมที่สำคัญและจำเป็นด้านการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะเรื่องแผนกลยุทธ์ จัดสรรเวลาให้ฝ่ายบริหารมีการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน มีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง รวมทั้งดูแลให้การกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
(6.2) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีหน้าที่ควบคุมดูแลบริหารตามที่คณะกรรมการมอบหมาย รวมถึงการจัดทำนโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณประจำปี ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เสนอคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติ ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายแนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติ
7. บริษัทฯ จัดให้มีเลขานุการบริษัททำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการบริษัทฯ ควรทราบ และปฏิบัติหน้าที่ดูแลกิจกรรมของกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้ ต้องมีวุฒิการศึกษาจบปริญญาตรีทางกฎหมายหรือบัญชี หรือได้ผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเลขานุการบริษัท โดยบริษัทฯ จัดให้มีการกำหนดคุณสมบัติของเลขานุการบริษัทฯ ที่เหมาะสมและเปิดเผยคุณสมบัติและประสบการณ์ของเลขานุการบริษัทฯในรายงานประจำปีและบนเว็ปไซต์ของบริษัทฯ และให้เลขานุการบริษัทได้ฝึกอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง

2. การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเฉพาะเรื่อง
คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 6 คณะ ได้แก่
1. คณะกรรมการตรวจสอบ
2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
3. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและรับผิดชอบต่อสังคม
4. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
5. คณะกรรมการบริหาร
6. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการตลาดและพัฒนาแบรนด์
คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายงานจากคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมีอำนาจแจ้งให้ฝ่ายบริหารเข้าประชุม ชี้แจง หรือจัดทำรายงานนำเสนอ ได้ตามที่เห็นควร ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้
คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะมีองค์ประกอบและหน้าที่เป็นไปตามกฎบัตรของแต่ละคณะ สรุปได้ดังนี้
1) คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งคณะ โดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน โดยอย่างน้อย 1 ท่านต้องมีความรู้ด้านบัญชีการเงิน และต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ดูแลให้บริษัทฯ มีการจัดทำรายงานการเงินให้ถูกต้องเพียงพอ สอบทานระบบควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิผล สอบทานการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คัดเลือกและแต่งตั้งผู้สอบบัญชี พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามเกณฑ์
2) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการบริษัทและกรรมการอิสระโดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน และมีกรรมการอิสระเป็นประธานคณะกรรมการ
3) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและรับผิดชอบต่อสังคม ประกอบด้วยกรรมการบริษัทและกรรมการอิสระโดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน และมีกรรมการอิสระเป็นประธานคณะกรรมการ
4) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการบริษัทโดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน
5) คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการบริษัทจำนวนหนึ่ง และอาจประกอบด้วยบุคคลอื่นใดคนหนึ่งหรือหลายคน โดยมีจำนวนตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรและได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท
6) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการตลาดและพัฒนาแบรนด์ ประกอบด้วยกรรมการบริษัทจำนวนหนึ่ง และอาจประกอบด้วยบุคคลอื่นใดคนหนึ่งหรือหลายคน โดยมีจำนวนตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรและได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท

3. บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
1. หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้โดยกฎหมาย หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1.1) กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายทางการเงินสำหรับบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมทั้งพิจารณาอนุมัตินโยบายและทิศทางการดำเนินงานที่ฝ่ายบริหารเสนอ และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายทางการเงินดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
(1.2) สอบทานกฎบัตรคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(1.3) วางโครงสร้างและกำหนดกระบวนการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการที่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ มติของคณะกรรมการ มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความสุจริตและระมัดระวัง
(1.4) วางโครงสร้างและกำหนดกระบวนการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เพื่อให้มีระบบการบริหารความเสี่ยง การกำกับและตรวจสอบ และการควบคุมภายในที่เหมาะสม
(1.5) ติดตามและประเมินผลการทำหน้าที่บริหารจัดการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เพื่อให้บรรลุตามแผนกลยุทธ์ ภายใต้งบประมาณซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ
(1.6) ดูแลให้มีการจัดทำบัญชี และการเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น และสาธารณชนทั่วไป
(1.7) ตรวจตราและดำเนินการให้เป็นที่แน่ใจได้ว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้มีการปฏิบัติตามจริยธรรมที่กำหนดโดยคณะกรรมการ รวมทั้งกำหนดนโยบายของบริษัทฯ และบริษัทย่อยด้านบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม
(1.8) มีอำนาจในการแต่งตั้งบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทย่อยอย่างน้อยตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย และมีการกำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึง การกำหนดกรอบอำนาจในการใช้ดุลพินิจที่ชัดเจนให้การออกเสียงในการประชุมคณะกรรมการบริษัทย่อยในเรื่องสำคัญต้องได้รับความเห็นจากคณะกรรมการบริษัทก่อนและมีการควบคุมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท และการทำรายการต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน การทำรายการระหว่างกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีนัยสำคัญให้ครบถ้วนถูกต้อง
ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ นั้น จะไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจ หรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริษัทฯ สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง (ตามที่นิยามไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน) อาจมีส่วนได้เสีย หรืออาจได้รับประโยชน์ในลักษณะใด ๆ หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยของบริษัทฯ ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์ที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติไว้
2. อำนาจของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้โดยกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับ ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้
(2.1) แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการบริษัท ( Board Committees ) และกำหนดค่าตอบแทนสำหรับกรรมการชุดย่อย (ไม่เกินกว่าจำนวนรวมที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)
(2.2) พิจารณาอนุมัติการดำเนินการของบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งสอดคล้องกับข้อบังคับของแต่ละบริษัท โดยครอบคลุมถึงเรื่องดังต่อไปนี้
- วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และแผนกลยุทธ์ ( ซึ่งจะต้องทบทวนเป็นรายปี )
- กำหนดแผนธุรกิจและ งบประมาณประจำปี
- งบการเงินสำหรับงวดไตรมาส และงบการเงินประจำปี
- การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในระดับกลุ่ม และการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ในองค์กรที่สำคัญ
- การได้มา การก่อตั้ง การจำหน่ายจ่ายโอน หรือการระงับซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญหรือธุรกิจใดของบริษัท
- การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอำนาจใด ๆ ที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการ

4. การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และการได้รับเอกสารข้อมูลต่างๆ
คณะกรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติงานผ่านการประชุมของคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้
1. บริษัทฯ จัดให้มีตารางการประชุมคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าทั้งปี และให้เลขานุการบริษัทแจ้งให้กรรมการแต่ละคนทราบกำหนดการดังกล่าว
2. กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี
3. ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมกันพิจารณาเลือกเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนมีอิสระที่จะเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เข้าสู่วาระการประชุม
4. การประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้ง มีกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วนเพียงพอ และจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้แก่กรรมการเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม
5. กรรมการทุกคนต้องเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯและการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น
6. ประธานคณะกรรมการจะจัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายจัดการจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการจะอภิปรายปัญหาสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน ประธานกรรมการส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ กรรมการทุกคนให้ความสนใจกับประเด็นทุกเรื่องที่นำสู่ที่ประชุม รวมทั้งประเด็นการกำกับดูแลกิจการ
7. บริษัทฯ มีนโยบายให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็นเพื่ออภิปรายปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย และแจ้งให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทราบถึงผลการประชุมด้วย
8. บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
9. กรรมการทุกคนสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติมได้จากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลขานุการบริษัท หรือผู้บริหารอื่นที่ได้รับมอบหมาย ภายในขอบเขตนโยบายที่กำหนด และกรณีจำเป็นอาจจัดให้มีความเห็นอิสระจากที่ปรึกษา
10. คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายให้เลขานุการบริษัทฯ ทำหน้าที่บันทึกการประชุม ให้ครบถ้วนถูกต้อง และต้องมีความชัดเจนทั้งผลการประชุม และความเห็นของคณะกรรมการเพื่อใช้ในการอ้างอิง

5. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณาผลงานและปัญหา เพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
บริษัทฯ มีกระบวนการประเมินผลของคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้
1. คณะกรรมการบริษัทฯ จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองเป็นรายปี เพื่อให้กรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหา เพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ จะใช้แนวทางตามการประเมินที่เสนอแนะโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
2. คณะกรรมการบริษัทฯ จัดให้มีการประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานโดยคณะกรรมการบริษัทฯ จะทำการประเมินในแบบประเมินผล และคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้ประธานกรรมการเป็นผู้แจ้งผลการประเมินต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะกรรมการบริษัทฯ

6. ค่าตอบแทนของกรรมการ
เพื่อเป็นการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์บริษัทฯ จึงกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณากำหนดและเสนอให้คณะกรรมการเห็นชอบ จากนั้นจึงให้ผู้ถือหุ้นเห็นชอบตามผลงานของคณะกรรมการ โดยมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติดังนี้
1. การพิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการ คณะกรรมการจะพิจารณาจากการเปรียบเทียบกับบริษัท ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทฯ และหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ โดยการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการอยู่ในอำนาจอนุมัติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิพิจารณาหลักเกณฑ์ และนโยบายการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการทุกปี โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ต้องนำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณา โดยกำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น
2. ค่าตอบแทนผู้บริหาร เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน
3. คณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารระดับสูงจะต้องรายงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการ หลักการเหตุผลไว้ในรายงานประจำปีและงบการเงินของบริษัทฯ

7. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
1. บริษัทฯ และบริษัทย่อย ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เช่น กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
2. บริษัทฯ และบริษัทย่อย จัดให้มีการปฐมนิเทศและจัดเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่
3. คณะกรรมการกำหนดให้มีแผนพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารจนถึงระดับผู้อำนวยการ โดยมอบให้ฝ่ายบริหารจัดทำแผนสืบทอดงาน และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ปีละ 2 ครั้ง

นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2559 โดยการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 8/2558

นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด และบริษัทย่อย

1. หลักการ
บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด มีนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น มุ่งเน้นส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจตามหลักจรรยาบรรณของบริษัท และเพื่อให้การตัดสินใจ รวมถึงการดำเนินการทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้รับการพิจารณา และปฏิบัติอย่างรอบคอบ บริษัทจึงได้จัดทำแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อพัฒนาองค์กร สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

2. นิยาม
การทุจริตคอร์รัปชั่น หมายถึง การปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ หรือ การใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้หรือรับสินบน การนำเสนอหรือ การให้คำมั่นว่าจะให้ การขอหรือการเรียกร้อง ทั้งที่เป็นทรัพย์สิน เงิน สิ่งของ สิทธิหรือผลประโยชน์อื่นใด ที่เป็นการขัดต่อศีลธรรม จริยธรรม และกฎหมาย กฎ ระเบียบ นโยบาย ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัท หรือบริษัทในกลุ่ม ไม่ว่าในประเทศ หรือต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิควรได้ ทั้งต่อองค์กร ตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

3. นโยบาย
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุมพึงปฏิบัติต่อไปนี้
3.1. ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกกรณี
3.2. มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
3.3. สนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมมือในอันที่จะเป็นประโยชน์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
3.4. ส่งเสริมค่านิยมเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม

4. หน้าที่ความรับผิดชอบ
4.1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแล ให้มีระบบที่สนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายบริหารได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร
4.2. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสอบทานระบบรายงานทางการเงินและบัญชี ระบบควบคุมภายใน ระบบการตรวจสอบภายใน และระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่ามีความรัดกุมเหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ
4.3. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดขององค์กร ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
4.4. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหาร มีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบและให้การส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อสื่อสารไปยังพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งทบทวนความเหมาะสมของระบบและมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดของกฎหมาย
4.5. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท มีหน้าที่และรับผิดชอบในการปฏิบัติและสนับสนุนนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด รวมถึงการแจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูล เพื่อให้นโยบายดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ
4.6. ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และรับผิดชอบในการตรวจสอบและสอบทาน การปฏิบัติงานว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามนโยบาย แนวทางปฏิบัติ อำนาจดำเนิน การระเบียบปฏิบัติ กฎหมาย และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบควบคุมที่มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนมีการทบทวนแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ กฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจโดยรายงานผล การตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

5. แนวทางปฏิบัติ
5.1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทจะปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำหรือสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกกรณี
5.2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงาน/บุคคลที่กำหนดให้ทำหน้าที่รับผิดชอบทราบ รวมทั้งต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามให้ปรึกษาผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงาน/บุคคลที่กำหนดให้ทำหน้าที่รับผิดชอบ หรือ ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร
5.3. บริษัทจะให้ความเป็นธรรม และปกป้อง ไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลทางลบต่อพนักงานที่ปฏิเสธที่จะกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น ถึงแม้ว่าการปฏิเสธนั้นจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาส ทางธุรกิจ
5.4. บริษัทจะคุ้มครองบุคคลที่ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือแจ้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการทุจริตคอร์รัปชั่น ตามที่บริษัทกำหนดไว้ในนโยบายเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแส
5.5. บริษัทจะเผยแพร่ ให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับบุคคลภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับบริษัท ในเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
5.6. บริษัทสื่อสารมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงแจ้งช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนให้บุคคลภายในบริษัททราบ โดยผ่านหลายวิธี เช่น หลักสูตรปฐมนิเทศ การสัมมนาและการอบรมของบริษัท รวมถึงการแจ้งข้อมูลผ่านทางระบบอีเมล์เป็นต้น เพื่อนำมาตรการไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรของบริษัทมีความเข้าใจ เห็นชอบ และปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
5.7. บริษัทสื่อสารมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงแจ้งช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนไปยังสาธารณชน บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจควบคุม ตัวแทนทางธุรกิจ คู่ค้าทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท รายงานประจำปี เป็นต้น เพื่อสร้างความเข้าใจและนำมาตรการไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
5.8. พนักงานของบริษัทต้องลงนามรับทราบนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อยืนยันว่าพนักงานทุกคนรับทราบ เข้าใจ และพร้อมจะนำหลักการในนโยบายเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงานด้วยความเคร่งครัดทั่วทั้งองค์กร
5.9. บริษัทจัดให้มีระเบียบการเบิกจ่ายเงินโดยกำหนดตารางอำนาจอนุมัติ และวงเงินการอนุมัติ ซึ่งการเบิกจ่ายต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนประกอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปฏิบัติงานที่ไม่เหมาะสม รวมถึงไม่ให้เกิดการช่วยเหลือทางการเมือง และเพื่อให้มั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศลไม่ได้เป็นไปเพื่อการทุจริตคอร์รัปชั่น และเงินสนับสนุนเพื่อธุรกิจไม่ได้ใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการทุจริตคอร์รัปชั่น
5.10. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ไม่พึงรับหรือให้ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกินความจำเป็น และไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลที่ทำธุรกิจกับบริษัท หากได้รับของขวัญที่มีมูลค่าเกินปกติวิสัยในโอกาสตามประเพณีนิยม ให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานปฏิเสธและไม่รับของขวัญดังกล่าว และต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับเพื่อทราบ
5.11. บริษัทจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบและระบบการควบคุมภายใน เพื่อป้องกันมิให้ มีการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยกระบวนการดังกล่าวครอบคลุมด้านงานขาย การตลาด การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารทรัพยากรบุคคล การเงิน การบัญชี การเก็บบันทึกข้อมูล การปฏิบัติงาน รวมถึงกระบวนการอื่นภายในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ ต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบจากฝ่ายตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ
5.12. บริษัทจัดให้มีกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นตั้งแต่การคัดเลือก การอบรม การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน และการเลื่อนตำแหน่ง
5.13. บริษัทจัดให้มีมาตรการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยระบุเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงจากการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ประเมินระดับความเสี่ยงทั้งโอกาสเกิดและผลกระทบ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของการบริหาร ความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยจะมีการทบทวนมาตรการจัดการความเสี่ยงให้มีความเหมาะสมที่จะป้องกันความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
5.14. บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบภายในเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบการบริหารความเสี่ยง ที่กำหนดขึ้นช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ รวมทั้งตรวจสอบการปฏิบัติงานภายในบริษัทให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฎระเบียบ และกฎหมาย
5.15. บริษัทจัดให้มาตรการปฏิบัตินี้ได้รับการจัดทำเป็นเอกสารตามหลักการควบคุมภายในเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายและระเบียบของบริษัท
5.16. ฝ่ายตรวจสอบภายในกำหนดเป็นวาระการประชุมประจำปี เพื่อให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรายงานผลการตรวจสอบตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ต่อคณะกรรมการตรวจสอบและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป
5.17. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเพื่อความชัดเจนในการดำเนินการในเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงกับการเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ในเรื่องดังต่อไปนี้
5.17.1. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางการเมือง
การช่วยเหลือทางการเมือง หมายถึง การให้การสนับสนุนนักการเมือง หรือพรรคการเมืองทั้งที่เป็นตัวเงินหรือมิใช่ตัวเงิน การสนับสนุนที่มิใช่ตัวเงินจะรวมถึงการให้ยืมหรือบริจาคอุปกรณ์ การให้บริการด้านเทคโนโลยีโดยไม่คิดค่าบริการ รวมทั้งการโฆษณาส่งเสริมการขายหรือสนับสนุนพรรคการเมือง และหรือส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในนามของบริษัท เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางการค้า
ทั้งนี้บริษัทมีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางการเมืองดังนี้
- บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างเป็นกลางทางการเมือง โดยจะไม่ให้การสนับสนุน หรือกระทำการอันเป็นการฝักใฝ่ทางการเมือง หรือกับนักการเมือง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
- บริษัทไม่สนับสนุนทางการเงินหรือสิ่งของให้แก่พรรคการเมือง นักการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกทางการเมืองใดๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือทางการเมืองตามความหมายของคำนิยามของการช่วยเหลือทางการเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้กับบริษัท
- พนักงานมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่จะต้องไม่อ้างความเป็นพนักงาน หรือนำทรัพย์สิน อุปกรณ์ เครื่องมือใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการใดๆในทางการเมือง หากเข้าร่วมจะต้องพึงระมัดระวังไม่ให้การดำเนินการใดๆ ทำให้เกิดความเข้าใจว่าบริษัทไม่วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
- บริษัทแจ้งให้ผู้บริหาร และพนักงานรับทราบว่า บริษัทจะไม่เข้าร่วมหรือให้ความช่วยเหลือในกิจกรรมทางการเมือง
5.17.2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุน
การบริจาคเพื่อการกุศล ทั้งในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน หรือในรูปแบบอื่นๆ เช่น การให้ความรู้ หรือการสละเวลา เป็นต้น บริษัทสามารถกระทำได้ โดยอาจเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมตอบแทนสังคม โดยมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนทางธุรกิจ ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนอย่างเคร่งครัด
การบริจาคเพื่อการสาธารณประโยชน์ คือ การใช้จ่ายเงินเพื่อโครงการ กิจกรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน สังคม กลุ่มประชาชน โดยบริษัทอาจไม่ได้รับผลตอบแทนที่มีตัวตน
เงินสนับสนุนเพื่อการประชาสัมพันธ์ทางธุรกิจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท อาจกระทำได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ ตราสินค้า หรือชื่อเสียงของบริษัท ทั้งนี้อาจมีความเสี่ยงเนื่องจากเป็นการจ่ายเงินสำหรับการบริการ หรือผลประโยชน์ที่ยากต่อการวัดผลและติดตาม ดังนั้น จะต้องดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนอย่างเคร่งครัด
การบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนทำให้บริษัทเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผลตอบแทนที่มีตัวตน และอาจจะใช้เป็นข้ออ้างหรือเส้นทางสำหรับการทุจริตคอร์รัปชั่น และเพื่อไม่ให้การบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนมีวัตถุประสงค์แอบแฝง ดังนั้น จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมทั้งข้อบังคับของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนี้
ก. กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทที่ประสงค์จะให้บริษัทเข้าร่วมบริจาคเพื่อการกุศล หรือเงินสนับสนุน จะต้องทำแบบคำขออนุมัติการบริจาคเพื่อการกุศลหรือเงินสนับสนุน โดยระบุชื่อผู้รับบริจาคและหรือผู้รับการสนับสนุน และวัตถุประสงค์ของการบริจาคหรือสนับสนุน พร้อมแนบเอกสารประกอบ เสนอขออนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติของบริษัท
ข. ผู้ประสงค์จะให้บริษัทเข้าร่วมบริจาคเพื่อการกุศล หรือเงินสนับสนุน มีหน้าที่ตรวจสอบองค์การกุศล มูลนิธิต่างๆ บริษัท ห้างร้านที่บริษัทจะเข้าร่วมในการบริจาค หรือเงินสนับสนุน ก่อนการนำเสนอขออนุมัติดังนี้
ต้องมั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนจะไม่ถูกนำไปใช้เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงในการให้สินบน ตลอดจนต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการจัดกิจกรรมตามโครงการเพื่อการกุศลดังกล่าวจริง และมีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้วัตถุประสงค์ของโครงการประสบผลสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง หรือเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
ต้องพิสูจน์ได้ว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อการกุศล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กับบุคคลใด หรือหน่วยงานใด ยกเว้น การประกาศเกียรติคุณตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป
ค. หากบริษัทตรวจพบหรือได้รับแจ้งข้อมูลจากทางการว่า องค์กร มูลนิธิ บริษัท ห้างร้าน ที่บริษัทบริจาค หรือให้การสนับสนุน มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น บริษัทจะระงับการบริจาค หรือการสนับสนุนกิจกรรมในองค์กรหรือบริษัทนั้นๆ ในทันทีที่รับทราบ
ง. การติดตามและสอบทานเพื่อให้มั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศลหรือการใช้เงินสนับสนุนไม่ได้กระทำเพื่อการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบภายใน
5.17.3. แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการเกี่ยวกับของขวัญ การบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
การดำเนินการเกี่ยวกับของขวัญ การบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสม อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตโดยการจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทเพื่อติดสินบน นอกจากนี้ การที่บริษัทให้ของขวัญ การบริการต้อนรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมแก่ลูกค้า อาจเป็นการปฏิบัติที่ผิดนโยบายของลูกค้าบางราย เป็นเหตุให้บริษัทต้องเสียโอกาสทางธุรกิจไป
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทางธุรกิจในอันที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัท และในขณะเดียวกันเพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการเกี่ยวกับของขวัญ การบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนี้
ก. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน สามารถรับ/ให้ของขวัญ การบริการต้อนรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การเลี้ยงรับรอง หรือการรับเลี้ยงจากบุคคลอื่น เป็นต้น ได้ในโอกาสต่างๆ ตามธรรมเนียม ประเพณี หรือตามมารยาทสังคมที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป โดยจะต้องกระทำด้วยความโปร่งใส ในที่เปิดเผย โดยการรับ/การให้ดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบใดๆ ผ่านการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจน หรือแอบแฝง เพื่อให้ได้มาซึ่งการช่วยเหลือ หรือผลประโยชน์ตอบแทน ทำให้เกิดการยินยอมผ่อนปรนในข้อตกลงทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจ และจะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในการให้ของขวัญของบริษัทนั้นจะต้องให้ในนามบริษัท ไม่ใช่ในนามส่วนตัว โดยอาจจัดทำเป็นของขวัญที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัท เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การให้ของขวัญช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน หรือสงกรานต์ เป็นต้น โดยจะต้องไม่อยู่ในรูปของเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสด เช่น เช็ค บัตรของขวัญ หรือบัตรกำนัล เป็นต้น ( ยกเว้นเป็นการให้ในรูปของการส่งเสริมการขาย ซึ่งมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจน และปฏิบัติในแนวทางเดียวกันกับทุกคน)
ข. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จะต้องไม่เรียกร้องหรือรับของขวัญ การบริการต้อนรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นจากลูกค้า คู่ค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทไม่ว่ากรณีใดอันจะทำให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความลำเอียง หรือลำบากใจ หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ค. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ต้องไม่รับของขวัญ หรือค่าตอบแทนใดๆ ที่เกินสมควรอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามปกติ เช่น ในการประกวดราคา จะต้องไม่รับของขวัญ หรือค่าบริการต้อนรับจากบริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคา หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้นๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทสามารถรับของขวัญ และหรือค่าบริการต้อนรับ และหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ หากเป็นไปตามเทศกาล หรือธรรมเนียมปฏิบัติโดยปกติจะต้องมีมูลค่าไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณของบริษัท เช่น ปฏิทิน ปากกา สมุดบันทึก แก้วน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ ของขวัญที่รับได้จะต้องไม่เป็นเงินสด หรือเทียบเท่าเงินสด เช่น บัตรกำนัล บัตรของขวัญ เป็นต้น
ง. หากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจปฎิเสธการรับของขวัญ หรือผลประโยชน์ดังกล่าวได้ในขณะนั้น เช่น ในการประชุมหารือกับลูกค้า เป็นต้น ผู้รับอาจรับของขวัญหรือผลประโยชน์ไว้ก่อน โดยจะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปทราบทันที ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณานำส่งสิ่งของ/ขอ
จ. การให้และรับผลประโยชน์อื่นๆ เช่น การสังสรรค์รับรอง จะต้องยืนยันได้ว่าการรับรองนั้นมิได้มีลักษณะเป็นการใช้จ่ายเงินมากเกินสมควร หรือการทำบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดข้อผูกมัดกับผู้ที่จัดการสังสรรค์รับรองนั้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ฉ. บริษัทจะประชาสัมพันธ์ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทราบ ถึงแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับของขวัญ การบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของบริษัทผ่านการประชุมประจำปี หรือผ่านระบบการสื่อสารอื่นๆ ที่บริษัทมีอยู่
5.17.4. บริษัทจะประชาสัมพันธ์หรือแจ้งให้ลูกค้า คู่ค้า หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัททราบ ถึงนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับของขวัญ การบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของบริษัท ผ่านทางเอกสาร และทางเว็บไซต์ของบริษัท

6. การพิจารณาโทษเมื่อมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
6.1. หากกรรมการบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนให้ประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งหมดของบริษัท ในกรณีที่การพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงในคราวใด มีกรรมการที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้เป็นกรรมการอิสระ ห้ามกรรมการอิสระท่านนั้นเข้าเป็นกรรมการสอบสวนในคราวดังกล่าว ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ากรรมการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ให้คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาโทษ โดยพิจารณาจากหลักฐานข้อเท็จจริง และสถานการณ์แวดล้อมตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี และให้รายงานผลการสอบสวนรวมถึงการพิจารณาโทษให้คณะกรรมการบริษัท(โดยไม่มีกรรมการที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายเข้าร่วมประชุม) พิจารณาต่อไป ทั้งนี้หากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ให้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
6.2. หากผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้ จะมีโทษทางวินัย ซึ่งวิธีการลงโทษจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และสถานการณ์แวดล้อม ทั้งนี้หากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ให้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
6.3. บริษัทจะใช้ระบบการสื่อสารภายในองค์กรทุกระบบเพื่อประชาสัมพันธ์บทลงโทษหากมีการไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการสร้างการรับรู้อย่างชัดเจนถึงนโยบายการไม่มีผลทางลบต่อพนักงานที่ปฏิเสธที่จะกระทำการคอร์รัปชั่น ถึงแม้การปฏิเสธดังกล่าวจะทำให้บริษัทเสียโอกาสทางธุรกิจ
6.4. บริษัทมีการสร้างการรับรู้ให้เกิดกับพนักงานทั่วไป ถึงการปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของพนักงานคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน เช่นการประกาศชมเชย หรือให้รางวัล เป็นต้น

7. การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีมาตรการในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมาย จรรยาบรรณ หรือการมีพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร รวมทั้งของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่น การกระทำดังกล่าวรวมถึง รายงานทางการเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง และบริษัทต้องมีกลไกในการคุ้มครองผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลผลประโยชน์ของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เรื่องที่รับแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน
- การกระทำผิดกฎหมาย ทุจริต ผิดระเบียบ หรือการกระทำผิดจรรยาบรรณของกรรมการ และพนักงาน
- ความผิดปกติของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง
- เรื่องที่มีผลกระทบต่อประโยชน์ หรือชื่อเสียงของบริษัท

ช่องทางแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
คณะกรรมการบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อสื่อสารกับคณะกรรมการตรวจสอบหรือฝ่ายตรวจสอบภายใน และจะคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนประเด็นต่างๆ โดยมีช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่านคณะกรรมการตรวจสอบและฝ่ายตรวจสอบภายใน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการที่บริษัทกำหนดและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป ทั้งนี้ช่องทางติดต่อมีดังนี้
1) ทางอีเมล์ของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ auditcom@zengroup.co.th
2) ทางอีเมล์ของฝ่ายตรวจสอบภายใน ที่ internalaudit@zengroup.co.th

กลไกการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
พื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน บริษัทให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเป็นความลับ และได้กำหนดขั้นตอนการรับเรื่องและการสอบสวนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจะรับรู้เฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายและเกี่ยวข้อง ด้วยเท่านั้น หากข้อมูลความลับดังกล่าวถูกเปิดเผย บริษัทจะติดตามสอบสวนหาบุคคลที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวและมีบทลงโทษผู้ที่กระทำการดังกล่าว
นอกจากนี้ ถือเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานของผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน ทุกคนในการใช้ดุลยพินิจสั่งการที่สมควรเพื่อคุ้มครองผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวน สอบสวนมิให้รับภยันตรายและความเดือนร้อน หรือความไม่ชอบธรรมอันเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแส การร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและจรรยาบรรณของบริษัท


8. การนำมาตรการไปปฏิบัติโดยบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
8.1. บริษัทจะแจ้งและสนับสนุนให้บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม ( ถ้ามี ) นำมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไปปฏิบัติ
8.2. ห้ามพนักงานจ้างตัวแทนหรือตัวกลางทางธุรกิจใดๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น
8.3. บริษัทจะจัดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส รวมทั้งจะดำเนินการประเมินผลเพื่อคัดผู้ขาย ผู้ให้บริการ รวมถึงผู้รับเหมาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการ รวมถึงผู้รับเหมารับทราบนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของบริษัทฉบับนี้
8.4. บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจัดซื้อ และว่าจ้างหากพบว่าผู้ขาย ผู้ให้บริการ รวมถึงผู้รับเหมากระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือให้สินบน

9. การเผยแพร่นโยบาย
9.1. บริษัทจะติดประกาศนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในสถานที่เด่นชัดเพื่อให้ทุกคนในองค์กรทราบ
9.2. บริษัทจะเผยแพร่นโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท เช่น เว็บไซต์ของบริษัท หรือแผ่นพับ เป็นต้น เพื่อให้สาธารณชนทราบผ่านหลากหลายวิธีการ เช่น หลักสูตรปฐมนิเทศกรรมการและพนักงาน การประชุมคณะกรรมการบริษัท ระบบอีเมล์ งานอบรมสัมมนา เป็นต้น เพื่อให้มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีทรัพยากรและบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอต่อการนำมาตรการปฏิบัติไปใช้

10. แนวทางการประเมินความเสี่ยง
10.1. การประเมินความเสี่ยงทำให้บริษัทสามารถระบุงานที่มีความเสี่ยงอันเนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาตรการที่ต้องปฏิบัติ วิธีวัดความสำเร็จ และทรัพยากรที่ต้องใช้เพื่อลดความเสี่ยง
10.2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งทบทวนมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ใช้อยู่ให้มีความเหมาะสมที่จะป้องกันความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

11. การควบคุมภายในและการรายงาน
11.1. บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางการที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทางด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงมีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อให้เกิดความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า ระบบการควบคุมภายในที่มีอยู่สามารถช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ได้
11.2. บริษัทกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายในจัดทำแผนงานการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยแผนการตรวจสอบจะผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบ โดยจะมีการพิจารณาแผนงานตามความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย
11.3. บริษัทจะรักษาระบบการควบคุมภายในให้มีประสิทธิผลเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งครอบคลุมถึงการถ่วงดุลและการตรวจสอบระหว่างกันด้านบัญชี การจัดเก็บข้อมูล รวมถึงกระบวนการทางธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
11.4. บริษัทกำหนดขั้นตอนการรายงานผลการตรวจสอบและการรายงานประเด็นเร่งด่วน ดังนี้
1) ฝ่ายตรวจสอบภายในจะต้องรายงานผลการตรวจสอบและประเด็นที่พบทุกครั้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และแจ้งคู่ขนานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
2) หลังจากการรายงานผลการตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบภายในจะหารือผลการควบคุมภายในกับผู้บริหารสายงาน เพื่อดำเนินการหาแนวทางควบคุมภายในที่เหมาะสม
3) หากพบว่ามีประเด็นเร่งด่วน ฝ่ายตรวจสอบภายในจะแจ้งตรงไปยังประธานกรรมการตรวจสอบทันที
4) คณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้ทำหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

12. การจัดเก็บข้อมูล
12.1. บริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามมาตรฐาน หลักการ รวมทั้งกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการรายงานข้อมูลทางบัญชีและการเงิน
12.2. ค่าใช้จ่ายทุกประเภทต้องมีเอกสารประกอบ มีการอนุมัติตามอำนาจอนุมัติ รวมทั้งการจัดเก็บและรักษาข้อมูลของบริษัทจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
12.3. บริษัทไม่อนุญาตให้มีการบันทึกข้อมูลที่เป็นเท็จ ผิดหลักการ ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หรือทำการตกแต่งบัญชี รวมทั้งจะต้องไม่มีบัญชีนอกงบการเงินเพื่อใช้สนับสนุนหรือปกปิดการจ่ายเงินที่ไม่เหมาะสม

13. การบริหารทรัพยากรบุคคล
นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้ให้ครอบคลุมไปถึงกระบวนการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การสรรหา หรือการคัดเลือกบุคลาทกร การเลื่อนตำแหน่ง การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงาน และการให้ผลตอบแทน โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับสื่อสารทำความเข้าใจ กับพนักงานที่อยู่ในความรับผิดชอบและต้องควบคุมดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
13.1. ด้านการจ้างงาน บริษัทได้กำหนดประเภทและคุณสมบัติของพนักงานในการรับเข้าทำงาน โดยผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดจะต้องไม่เคยมีประวัติการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ แสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ โดยการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ ทั้งนี้โดยมีขั้นตอนในการพิจารณาบุคคลเข้าทำงาน ดังนี้
- ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครพร้อมแนบหลักฐานตามที่บริษัทกำหนดที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
- ฝ่ายทรัพยากรบุคคลพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น และร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานที่ต้องการรับพนักงานเข้าทำงานทดสอบความรู้ ความสามารถตามที่เห็นสมควร
- เมื่อบริษัทได้ทำสัญญาจ้างบุคคลให้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่ใด ถือว่าผู้นั้นเป็นพนักงานบริษัท ได้รับค่าจ้างตามที่กำหนดในสัญญาจ้าง โดยการกำหนดอัตราค่าจ้างเป็นไปตามความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และสภาพการแข่งขันในตลาดแรงงาน
13.2. การประเมินผลการปฏิบัติงาน บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้
- การประเมินผลการปฏิบัติงานในช่วงทดลองงาน โดยพนักงานเริ่มงานใหม่จะต้องปฏิบัติในช่วงทดลองงานไม่เกิน 120 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มงาน
- การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันถึงเป้าหมายในการทำงานและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงการประเมินพฤติกรรมในการทำงาน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ โดยการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ
13.3. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมและความเพียงพอของบุคลากรในการดำเนินงานเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

14. การอบรมและการสื่อสาร
14.1. คณะกรรมการบริษัท
บริษัทจะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้แก่กรรมการทุกท่านรับทราบ รวมทั้งจะมีการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่เกี่ยวกับเรื่อง นโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
14.2. พนักงาน
14.2.1. พนักงานใหม่
- พนักงานใหม่ทุกคนจะได้รับสำเนานโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และได้รับการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวในการปฐมนิเทศพนักงานใหม่
14.2.2. พนักงานปัจจุบัน

- พนักงานทุกคนจะได้รับการอบรมเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตระหนักถึงการทุจริต เช่น รูปแบบต่างๆ ของการทุจริต ความเสี่ยงจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริต ตลอดจนวิธีการรายงานกรณีพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการทุจริต เป็นต้น
14.3. ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการ และผู้รับเหมา
บริษัทจะสื่อสารนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้แก่ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการ และผู้รับเหมาทราบ ตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจและในภายหลังตามความเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทสนับสนุนให้ตัวแทน ตัวกลางทางธุรกิจ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการ และผู้รับเหมายึดมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

15. กรณีมีข้อสงสัย
หากพนักงานคนใดเกิดความไม่มั่นใจว่าการกระทำใด อาจเข้าลักษณะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือในกรณีที่มีคำถามหรือข้อสงสัย พนักงานควรปรึกษาฝ่ายตรวจสอบภายในโดยตรง

นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 โดยการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท ในการประชุมครั้งที่ 9/2559